วัดธาตุเรณู เดิมชื่อวัดกลาง ตั้งอยู่ระหว่างตำบลเรณูและตำบลโพนทองติดต่อกัน
เนื้อที่ดินตั้งวัดทั้งหมด 20 ไร่ 3 งาน ที่ธรณีสงฆ์ 1 ไร่ 1 งาน วัดนี้เป็นวัด
สร้างขึ้นมาแต่ครั้งโบราณกาล แต่ไม่ปรกกฎหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้นำสร้าง
และได้สร้างขึ้นแต่ครั้งใด พ.ศ.ใด ตามคำผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่าสืบๆ กันมาว่า เจ้าเมืองผู้ปกครอง
เมืองเวคนแรก เมือ่ได้สร้างบ้างสร้างเมืองกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้พร้อมด้วยอุปราช
และกรรมการเมืองทั้งหลาย ตลอดไพร่ฟ้าราษฎรปรีกษาพิจารณาตกลงกันเป็นเอกฉันท์ เพื่อ
สร้างวัดขึ้นไว้ในที่ตรงใจกลางเมืองราวปี พ.ศ. 2373 เพื่อให้เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง
และเป็นวัดสำหรับประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น

ตามธรรมเนียมหรือประเพณี การทางบ้านเมืองในสมัยนั้น ดังนั้น วัดนี้ชางบ้านชางเมือง
ทั่วไปจึงเรียกชื่อตามสถานที่ตั้งวัดว่า “ วัดกลาง” สืบๆ กันมา เพราะตั้งอยู่กลางเมืองหรือ
ตั้งอยู่ระหว่างกลางของวัด ทั้ง 2 คือ วัดเหนือและวัดใต้ ซึ่งวัดทั้ง 2 นี้ ได้สร้างขึ้นภายหลัง
เพราะการเรียกชื่อสถานที่ต่างๆมีวัดเป็นต้นของชนในสมัยก่อนโน้น มักนิยมเรียกกัน
ตามภูมิประเทศหรือเหตุการณ์เกี่ยวกันสถานที่นั้นๆ

ต่อมาถึงรัชการที่ 3กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสด็จประพาสภาคอีสาน
ได้ทรางเข้าแวะเยี่ยมประชาชนชาวเมืองเว ได้ทรงเห็นดอกไม้นานาชนิด
มีดอกบัวเป็นต้น ขึ้นอยู่ตามที่ต่างๆ มากมาย และประกอบทั้งการได้ทอดพระเนตรเห็น
สุภาพสตรีสาวสายชาวเมืองเวที่มารับเสด็จจำนวนมากมายจึงได้ประทาน
เปลี่ยนชื่อเมือง จากเมืองเวลานามเดิมมาเป็นเมืองเรณูนคร ตั้งแต่บัดนั้นมา
เมืองเวจึงได้ชื่อว่าเมืองเรณูนครจนทุกวันนี้ส่วนวัดก็ยังคงชื่อวัดกลางอยู่ตามเดิมความเป็นมา
ของพระธาตุเรณูนั้นได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2460 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย มีการจำลอง
รูปทรงมาจากพระธาตุพนมองค์เดิมในช่วงก่อนที่จะล้มลงในปี พ.ศ.2518
แต่มีขนาดเล็กกว่า ประกอบด้วยซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในองค์พระธาตุเรณูนั้น
บรรจุพระไตรปิฏก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน และของมีค่าที่ประชาชนนำมาบริจาค
รวมทั้งเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมืองเดิม มีการทำพิธีบรรจุพระบรมสาริกธาตุ
และพระอรหันต์ธาตุ

เมื่อปี พ.ศ.2519ถือเป็นพระธาตุที่ได้รับการเคารพสักการะมากแห่งหนึ่งในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ พระธาตุเรณู ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุเรณู ณ บ้านเรณูนคร
องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิมแต่มีขนาดเล็กกว่า
สร้างเมื่อปี พ. ศ. 2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร
มีซุ้มประตู 4 ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ
พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมืองนอกจากนี้ภายในโบสถ์
ยังประดิษฐานพระองค์แสนซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะแบบลาว
ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร มีพุทธลักษณะสวยงามมาก บริเวณนี้แต่เดิม
เป็นเรณูนคร ถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทย ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี
อาทิ ธรรมเนียมการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง การชวนดูดอุ
การฟ้อนรำผู้ไทย นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆไว้บริการ
นักท่องเที่ยวและประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณวัดพระธาตุเรณูนคร
และตลาดอำเภอเรณูนคร การฟ้อนผู้ไทยนับเป็นการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม
แบบพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวผู้ไทยที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน
จากบรรพบุรุษของชาวเผ่าผู้ไทย ในสมัยก่อนเรียกการฟ้อนรำแบบนี้ว่า
"ฟ้อนละครไทย" เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่คณะเดียวกัน
โดยการจับกลุ่มเล่นฟ้อนกัน

ในทุกปีช่วงวันขึ้น 11 - 15 ค่ำ เดือน 4
จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุเรณูนครขึ้นเป็นประจำ 
ทั้งนี้ พระธาตุเรณูนคร
ยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้นมัสการจะได้รับ
อานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์ สำหรับเครื่องสักการะ :
ธูป 15 ดอก, เทียนขาว 2 เล่ม, พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีเหลือง, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง และข้าวพอง

คาถาบูชาพระธาตุเรณู

          (ท่องนะโม 3 จบ) ปุริมายะ ทิสายะ เรณูนะคะรัสมิง สะปะริสายะ อินทะเถเรนะ
จะสังฆะเถเรนะ จะฐาปิตัง เจติยัง สิระสา นะมามิ อิมินะ ปัญญกัมเมนะ สะทา โสตถิ
ภะวัน ตุเม ทักขิณายะ ทิสายะ เรณูนะคะรัสมิง สะปะริสายะ อินทะเถเรนะ จะสังฆะเถเรนะ
จะฐาปิตัง เจติยัง สิระสา นะมามิ อิมินะ ปัญญะกัมเมนะ สะทา โสตถิ ภะวัน ตุเม
ปัจฉิมายะ ทิสายะ เรณูนะคะรัสมิง สะปะริสายะ อินทะเถเรนะ จะสังฆะเถเรนะ จะฐาปิตัง
เจติยัง สิระสา นะมามิ อิมินะ ปัญญะกัมเมนะ สะทา โสตถิ ภะวัน ตุเม

สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์
ท่องคาถาบูชาดวงวันเกิดว่า อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา (15 จบ)

  VATTHATPRASIT  NAWA NAKHONPANOM  
  06/11/2017 3:32 PM