เณรวัดธาตุประสิทธิ์1 อาคาร1 โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธาตุประสิทธิ์ เณรวัดธาตุประสิทธิ์2
อาคาร2 โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธาตุประสิทธิ์ สามเณรวัดธาตุประสิทธิ์
อาจารย์โรงเรียนพระปริยัติธรรม
ห้องพักครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม

ทางด้านการศึกษา

โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์
ภายในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ
พ.ศ.๒๕๓๒ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๔

ความเป็นมาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา

โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา  จัดตั้งขึ้นเนื่องมาจากการจัดตั้งโรงเรียน
บาลีมัธยมศึกษาและบาลีวิสามัญศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง  คือ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย
ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๒ และ พ.ศ. ๒๔๘๙  ตามลำดับ  ต่อมา
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้จัดแผนกมัธยมศึกษาขึ้น  เรียกว่า “โรงเรียนบาลีมัธยมศึกษา”
เมื่อโรงเรียนบาลีมัธยมศึกษาได้แพร่หลายออกไป   ทางคณะสงฆ์โดยองค์กรศึกษา
จึงได้กำหนดให้เรียกโรงเรียนประเภทนี้ว่า “โรงเรียนบาลีวิสามัญศึกษาสำหรับนักเรียน” 
โดยสังฆมนตรี จากนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ตั้งแต่ปี พ. ศ. ๒๕๐๐  ต่อมาปี พ. ศ. ๒๕๐๗  ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา
พระปริยัติธรรม แผนกบาลีขึ้นใหม่เรียกว่า “บาลีศึกษาสามัญและปริยัติศึกษา”
พร้อมทั้งยกเลิกระเบียบสังฆมนตรีว่าด้วยการศึกษาของโรงเรียนบาลีวิสามัญศึกษา
สำหรับนักเรียน ต่อมาพิจารณาเห็นว่า การศึกษาทางโลกเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
ตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงเห็นควรให้มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม
แผนกสามัญศึกษาขึ้น เพื่อให้ผู้ศึกษาได้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ทั้งทางโลกและ
ทางธรรมควบคู่กันไป จึงได้มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม
แผนกสามัญศึกษา เมื่อวันที่  ๒๐ กรกฎาคม  พุทธศักราช ๒๕๑๔ รองรับ
และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
พุทธศักราช ๒๕๓๕   ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน
( วิชัย  ธรรมเจริญ : ๒๕๔๓ : ๔)

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ.๒๕๓๕
(วิชัย ธรรมเจริญ : ๒๕๔๓ : ๒๖ – ๓๐ ;  อ้างอิงจาก  กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๓๕ : ๓๕)
กำหนดว่าโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา หมายถึง โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นในวัด
หรือที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ดินของมูลนิธิทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้การศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร
ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
จะจัดตั้งขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ และด้วยความเห็นชอบ
ของประธานสภาการศึกษาสงฆ์ โรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวง
ศึกษาธิการโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (เดิมกรมการศาสนา)   จะให้การสนับสนุน
เป็นเงินอุดหนุนตามกำลังงบประมาณ  และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษา
โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษากำหนด

ดังนั้นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การศึกษา
อบรมแก่เยาวชนชายที่เข้าไปบวชในพระพุทธศาสนา โดยใช้หลักธรรมคำสอนแห่งพระพุทธศาสนา
เป็นหลักสูตรการอบรมเพื่อให้ผู้ได้รับการอบรมมีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม สมกับที่ประเทศไทย
เป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา

ปัจจุบันมีการศึกษาสงฆ์มีอยู่  ๓  แผนก ได้แก่ แผนกธรรม  แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา
แผนกธรรม และแผนกบาลีนั้นเป็นการจัดการศึกษาเฉพาะด้านหลักธรรมคำสอนใน
พระพุทธศาสนาล้วน ๆ    ไม่มีวิชาสามัญศึกษาเข้าไปปะปน  ส่วนแผนกสามัญศึกษานั้น
เป็นการจัดการศึกษาที่ผสมผสานกันทั้งหลักสูตรแผนกธรรม แผนกบาลี และหลักสูตรสามัญศึกษา
ของกระทรวงศึกษาธิการเข้าด้วยกัน แต่หลักสูตรแผนกธรรม- บาลีไม่เข้มข้นมากนัก แต่ก็ยังมีเนื้อหา
มากกว่าวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียน

ดังนั้นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจึงเป็นหลักสูตร
ที่เหมาะสมกับเยาวชนยุคปัจจุบัน เพราะสามารถบูรณาการนำเอาการศึกษาสงฆ์ทั้ง ๓ แผนกมาหลอม
เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นการศึกษาแผนกเดียวที่ทุกคนย่อมรับว่า เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ของคณะสงฆ์ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒


 

เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สำหรับสามเณรที่มาบวชเรียนที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาวัดธาตุประสิทธิ์
เรียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนมากจะเป็นสามเณรที่ทางบ้านค่อนข้างฐานะยากจน
มีปัญหาทางด้านสติปัญญาที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทางวัดจึงได้เปิดโอกาสให้สำหรับเด็ก
ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียน เพื่อที่จะได้เป็นคนดีของสังคมต่อไป

 
 

เพลงรางวัลของครู

แต่เดิมวัดธาตุประสิทธิ์จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติแผนกธรรม
เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  และเคยเปิดเป็นโรงเรียนในระบบ
การศึกษาผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้ปิดทำการเรียนการสอนแล้ว
เมื่อ  พ.ศ. ๒๕๔๔  พระครูศรีวชิรากร (อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุประสิทธิ์และเจ้าคณะอำเภอนาหว้า)
ได้มีความคิดที่จะตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาขึ้น
ภายในวัดธาตุประสิทธิ์  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณร
ให้มีความก้าวหน้า  อันจะเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป 
ทั้งนี้  จะจัดการศึกษาที่เน้นการเรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม
และแผนกบาลีควบคู่ไปกับการเรียนในแผนกสามัญศึกษาด้วย  จึงได้ดำเนินการ
ขอจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาต่อจังหวัดนครพนม 
กรมการศาสนา และกระทรวงศึกษาธิการ ในระหว่างรอการพิจารณาอนุญาตจัดตั้งนั้น 
โรงเรียนถือเป็นสาขาหนึ่งของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
วัดศรีชมภู (บ้านอูนนา)  ตำบลนางัว  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม        
โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาวัดธาตุประสิทธิ์ ได้รับประกาศ
อนุญาตจัดตั้งโดยถูกต้องตามกฎหมาย จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อวันที่  ๓๑  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๔๕  ทั้งนี้
มีผลตั้งแต่ วันที่  ๑๖  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๔๔  เป็นต้นมา

เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา และส่งเสริมให้เยาวชนที่ด้อยโอกาส
หรือมีความต้องการที่จะบวชเรียน  ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งในส่วนของทางโลก
และทางธรรมควบคู่กันไป

ปรัชญาโรงเรียน
สุวิชาโน ภวํ โหติ ผู้รู้ดี ย่อมเป็นผู้เจริญ

คำขวัญโรงเรียน
ทำภายในให้ดี  เป็นศักดิ์ศรีทั่วหล้า เพื่อประชาทั้งมวล

อัตลักษณ์โรงเรียน
โรงเรียนส่งเสริมการเข้าวัดในวันอาทิตย์

วิสัยทัศน์ (Vision)
โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาวัดธาตุประสิทธิ์
มุ่งพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เป็นศาสนทายาทที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม  อีกทั้งยังสามารถนำหลักธรรม
และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต 
เพื่อให้อยู่ร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข

พันธกิจ (Mission)
๑. พัฒนาบุคลลากรให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ
และจัดกระบวนการเรียนรู้      ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 
๒. พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษา  ที่สอดคล้องกับสภาพบริบทท้องถิ่น
เพื่อให้ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง   เต็มตามศักยภาพ
๓. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ  นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการ
จัดกระบวนการเรียนรู้  และการบริหารจัดการ
๔. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้  ที่เสริมสร้างผู้เรียนให้มี
คุณธรรม จริยธรรม และเป็นศาสนทายาทที่ดี 
๕. ประสานสัมพันธ์กับวัด สถานศึกษา ชุมชน ในการจัดการศึกษา
ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติ
รวมทั้งการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด           
๖. พัฒนาและจัดสภาพแวดล้อม ให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 
รวมทั้งจัดแหล่งเรียนรู้ให้เหมาะสมเพียงพอ และหลากหลาย 
๗. ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ ที่เหมาะสมกับผู้เรียน
๘. ส่งเสริมสนับสนุนระบบการประกันคุณภาพภายใน
๙. ส่งเสริมวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย สอดคล้องกับ 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน และเน้นข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล

 

เปิดการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  ๒๕๔๒  
๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่


๑) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๒) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
๓) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
๔) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๕) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
๖) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะประติมากรรม
๗) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๘) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษและภาษาบาลี)

 
 
วัฒนธรรมอำเภอนาหว้า
  VATTHATPRASIT  NAWA NAKHONPANOM  
  06/11/2017 3:31 PM